กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  เกี่ยวกับหน่วยงาน
  เกี่ยวกับหม่อน
  เกี่ยวกับไหม
  การจัดการความรู้
  ตรานกยูง
  - ค้นหาดวงตรานกยูง
  Site Map
  ผลงานเอกสารวิชาการ
  ผู้ผลิตผ้าไหม+ผลิตภัณฑ์
  ข้อมูลสถิติด้านหม่อนไหม
  ประกาศข่าวสาร
  ภาพข่าวกิจกรรม
  เว็บบอร์ด
  คำถามที่พบบ่อย
  วีดีโอคลิปเผยแพร่
  หน่วยงานในสังกัด








**เครื่องหมายรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย**
“ตรานกยูงพระราชทาน”

สืบเนื่องจากปัจจุบันมีผู้นำเข้าเส้นไหม และเส้นใยสังเคราะห์อื่นจากต่างประเทศ ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย เส้นไหมจึงมีทั้งที่ได้คุณภาพและด้อยคุณภาพ เมื่อนำมาผลิตผ้าไหม จึงทำให้ผ้าไหมไทยด้อยคุณภาพลง แต่ผู้ผลิตยังคงใช้ตราสัญลักษณ์คำว่า "ผ้าไหมไทย" หรือ "Thai Silk" เพื่อการค้า ทำให้ผู้ซื้อทั้งในประเทศและต่างประเทศไม่มั่นใจในคุณภาพของผ้าไหมไทยอีกต่อไป ด้วยปัญหาดังกล่าวสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงมีกระแสพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการหาสาเหตุของปัญหาและแนวทางการแก้ไข

วันที่ 11 มิถุนายน 2545 สถาบันวิจัยหม่อนไหม กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ซึ่งเป็นหน่วยงานเดิมของกรมหม่อนไหม) ร่วมกับคณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ และมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ร่วมกันจัดสัมมนาเรื่อง "การคุ้มครองไหมไทย" ขึ้น ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพมหานคร คณะกรรมการจัดสัมมนา ได้เชิญนักวิชาการในทุกสาขาที่เกี่ยวข้องกับไหม ทั้งภาครัฐ และเอกชนมาร่วมประชุมเพื่อกำหนดทิศทางและวิธีการคุ้มครองไหมไทย โดยพิจารณาทั้งด้านพันธุ์ไหม กระบวนการผลิต ชนิดผ้าไหม และผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทย ผลจากการสัมมนาระดมสมองในครั้งนั้น และการประชุมของคณะทำงานฯ อีกหลายๆ ครั้ง จนทำให้ได้ข้อบังคับว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองนี้ ซึ่งจัดทำตามบทบัญญัติมาตรา 82 แห่งพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534

เพื่อให้มีการใช้เครื่องหมายรับรองอย่างกว้างขวางทั้งในและต่างประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานสัญลักษณ์นกยูงไทย ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย 4 ชนิด ในการจดทะเบียน ประกอบด้วย
Royal Thai Silk นกยูงสีทอง

เป็นผ้าไหมที่ผลิตโดยใช้เส้นไหมและวัตถุดิบตลอดจนกระบวนการผลิตที่เป็นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยอย่างแท้จริง ดังนี้

- ใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านเป็นทั้งเส้นพุ่งและเส้นยืน
- เส้นไหมต้องสาวด้วยมือผ่านพวงสาวลงภาชนะ
- ทอด้วยกี่ทอมือแบบพื้นบ้านชนิดพุ่งกระสวยด้วยมือ
- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น
Classic Thai Silk นกยูงสีเงิน

เป็นผ้าไหมที่ผลิตขึ้นโดยยังคงอนุรักษ์ภูมิปัญญาพื้นบ้านผสมผสานกับการประยุกต์ใช้เครื่องมือและกระบวนการผลิตในบางขั้นตอน ดังนี้

- ใช้เส้นไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้านหรือพันธุ์ไทยปรับปรุงเป็นเส้นพุ่งและ/หรือเส้นยืน
- เส้นไหมต้องสาวด้วยมือ หรือสาวด้วยอุปกรณ์ที่ใช้มอเตอร์ขับเคลื่อนไม่เกิน 5 แรงม้า
- ทอด้วยกี่ทอมือชนิดพุ่งกระสวยด้วยมือหรือกี่กระตุกก็ได้
- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น
Thai Silk นกยูงสีน้ำเงิน

เป็นผ้าไหมชนิดที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาของไทยแบบประยุกต์ ใช้เทคโนโลยีการผลิตเข้ากับสมัยนิยมและเชิงธุรกิจ ดังนี้

- ใช้เส้นไหมแท้เป็นเส้นพุ่งและเส้นยืน
- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
- ทอด้วยกี่แบบใดก็ได้
- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น
Thai Silk Blend นกยูงสีเขียว

เป็นผ้าไหมที่ผลิตด้วยกระบวนการผลิตและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ผสมผสานกับภูมิปัญญาไทยในด้านลวดลายและสีสันระหว่างเส้นใยไหมแท้กับเส้นใยอื่นที่มาจากธรรมชาติ หรือเส้นใยสังเคราะห์รูปแบบต่างๆ ตามวัตถุประสงค์การใช้งาน หรือตามความต้องการของผู้บริโภค ดังนี้

- ใช้เส้นไหมแท้เป็นส่วนประกอบหลัก มีเส้นใยอื่นเป็นส่วนประกอบรอง
- ต้องระบุส่วนประกอบของเส้นใยอื่นให้ชัดเจน
- ทอด้วยกี่แบบใดก็ได้
- ย้อมด้วยสีธรรมชาติ หรือสีเคมีที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม
- ต้องผลิตในประเทศไทยเท่านั้น

แต่เนื่องจากหน่วยงานของสถาบันวิจัยหม่อนไหมในขณะนั้น อยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนเพื่อจัดตั้งเป็น องค์กรใหม่ ดังนั้น คณะกรรมการหม่อนไหมแห่งชาติ จึงได้มีมติมอบหมายให้ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหน่วยงานกลาง ยื่นจดทะเบียนเครื่องหมายรับรองต่อกรมทรัพย์สินทางปัญญา แทนไปก่อน โดยได้ยื่นจดทะเบียนเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2547 ทั้งยังได้ยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศอีก 18 ประเทศด้วย และนับจากวันนั้นจนถึงปัจจุบันนี้ (ปี พ.ศ. 2551 ) ได้ยื่นจดทะเบียนไปแล้วรวมทั้งสิ้น 33 ประเทศ

ขั้นตอนการยื่นคำขอรับใบรับรองผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย
“ตรานกยูงพระราชทาน”
การยื่นคำขอรับใบรับรอง
1. ผู้ยื่นคำขอรับใบรับรองต้องเป็นผู้ผลิตผ้าไหมไทยหรือผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมไทย
(1) เป็นบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีสถานประกอบการภายในราชอาณาจักรไทย
(2) ชำระค่าธรรมเนียมคำขอและค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบต่างๆ ตามอัตราที่กำหนด
2. ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอรับใบรับรองมีโรงงานทำผลิตภัณฑ์อย่างเดียวกันหลายแห่งและโรงงานหลายแห่งนั้นทำผลิตภัณฑ์ที่ใช้เครื่องหมายการค้าอย่างเดียวกัน จะยื่นคำขอฯ รวมกันหรือแยกกันก็ได้
3. ยื่นพร้อมเอกสารประกอบคำขอตามที่คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (กมม.) กำหนด
4. ใบรับรองจะมีอายุ 3 ปี นับแต่วันที่ระบุในใบรับรอง

เอกสารที่ต้องใช้ประกอบในการยื่นคำขอ
1. แบบ กษ.01
2. รายละเอียดการติดต่อสถานที่ผลิต (แผ่น ก.) จำนวน 1 แผ่น
3. เอกสารประกอบคำขอ ให้ผู้ยื่นคำขอลงนามรับรองสำเนาถูกต้องทุกฉบับที่เป็นเอกสารสำเนา โดยผู้มีอำนาจลงนามพร้อมประทับตรา(ถ้ามี) จำนวน 1 ชุด รายละเอียดเอกสารประกอบคำขอดังนี้
3.1 คุณสมบัติผู้ขอการรับรองที่เป็นสหกรณ์ ได้แก่
3.1.1 สำเนาใบสำคัญรับจดทะเบียนสหกรณ์
3.1.2 สำเนาข้อบังคับสหกรณ์
3.1.3 รายชื่อคณะกรรมการของสหกรณ์
3.2 คุณสมบัติของผู้ขอการรับรองที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ได้แก่
3.2.1 สำเนาใบสำคัญรับจดทะเบียนกลุ่มเกษตรกร
3.2.2 สำเนาข้อบังคับกลุ่มเกษตรกร์
3.2.3 รายชื่อคณะกรรมการของกลุ่มเกษตรกร
3.2.4 สำเนาทะเบียนบ้านของคณะกรรมการของกลุ่มเกษตรกร
3.3 คุณสมบัติของผู้ขอการรับรองที่เป็นกลุ่มบุคคลตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน ได้แก่
3.3.1 สำเนาหนังสือสำคัญรับรองกลุ่มบุคคลตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน
3.3.2 สำเนาวัตถุประสงค์กลุ่มบุคคลตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน
3.3.3 รายชื่อและสัญชาติกลุ่มบุคคลธรรมดาตามกฎหมายวิสาหกิจชุมชน
3.4 สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ลงนาม
3.5 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงนาม (รับรองสำเนาถูกต้อง)
3.6 สำเนาใบทะเบียนพาณิชย์ และสำเนาทะเบียนบ้านของผู้ลงนาม
3.7 สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ลงนาม (รับรองสำเนาถูกต้อง)
3.8 สำเนาหนังสือคู่มือรับจดทะเบียนเครื่องหมายการค้า (ถ้ามีและประสงค์จะระบุไว้ในใบรับรอง เพื่อใช้ใน การแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน)
3.9 หนังสือมอบอำนาจ (ถ้ามีจะต้องมีเอกสารต่อไปนี้ด้วย)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจ (รับรองสำเนาถูกต้อง)
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ (รับรองสำเนาถูกต้อง)
3.10 การติดอากรแสตมป์บนหนังสือมอบอำนาจ
- 30 บาท (มอบอำนาจให้ดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องกับ กษ. 01 จนกระทั่งได้รับใบรับรอง)
- 10 บาท (มอบอำนาจให้ดำเนินการเฉพาะคราว)

ค่าธรรมเนียมในการขอใบรับรองและคำแนะนำทั่วไป
1. ต้องชำระค่าธรรมเนียมในการขอใบรับรอง เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ตรวจคำขอและเอกสารหลักฐานแล้ว เจ้าหน้าที่จะออกใบรับคำขอไว้เป็นหลักฐาน
2. ค่าใช้จ่ายที่ผู้ยื่นคำขอต้องรับผิดชอบ
2.1 ค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบสถานที่ผลิตและออกใบรับรอง
2.2 ค่าธรรมเนียมเครื่องหมายรับรอง ตามจำนวนที่ขออนุญาตไว้
3. การตรวจสอบสถานที่ผลิต จะกำหนดนัดหมายเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับมอบคำขอแล้ว
4. การออกใบรับรองครั้งแรกของแต่ละคำขอจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา 30 วันทำการ นับตั้งแต่ วันรับคำขอ ระยะเวลาดังกล่าวไม่นับรวมระยะเวลาที่ใช้ในการตรวจสอบตัวอย่างผลิตภัณฑ์ ระยะเวลาที่ผู้ยื่นคำขอใช้ในการแก้ไขปรับปรุงที่ได้รับแจ้ง และเป็นกรณีปกติที่ไม่มีข้อขัดข้องใดๆ เช่น ปัญหาทางวิชาการหรือปัญหาข้อกฎหมาย
5. คำขอที่ผลการตรวจตัวอย่างผลิตภัณฑ์ไม่เป็นไปตามเกณฑ์กำหนดติดต่อกัน 2 ครั้ง คณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย (กมม.) จะยกเลิกคำขอ โดยไม่คืนค่าธรรมเนียมที่ได้เรียกเก็บไว้แล้ว
6. อัตราค่าธรรมเนียม
6.1 ค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองแสดงเครื่องหมายรับรอง
6.1.1 สำหรับคำขอที่ผลิตผ้าไหมแต่ละชนิดไม่เกิน 1,000 เมตร คิดอัตราใบรับรองละ 500 บาท
6.1.2 สำหรับคำขอที่ผลิตผ้าไหมแต่ละชนิด เกินกว่า 1,000 เมตรขึ้นไปแต่ไม่เกิน 5,000 เมตร คิดอัตราใบรับรองละ 1,000 บาท
6.1.3 สำหรับคำขอที่ผลิตผ้าไหมแต่ละชนิดเกินกว่า 5,000 เมตรขึ้นไป คิดอัตราใบรับรองละ 2,000 บาท
6.2 ค่าธรรมเนียมดวงตราสัญลักษณ์นกยูง ดวงตราละ 5 บาท (ห้าบาทถ้วน)

สถานที่ติดต่อขอรับแบบคำขอใบรับรอง
ที่
ชื่อหน่วยงาน
เบอร์โทร
1. กรมหม่อนไหม The Queen Sirikit Department of Sericulture 02-5795595, 02-5793118
2. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขตที่ 1 จังหวัดแพร่ Queen Sirikit Sericulture Regional Office (Northern Part: Phrae) 054 -614059
3. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ แพร่ Queen Sirikit Sericulture Center (Phrae) 054 -613477
4. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน Queen Sirikit Sericulture Center (Nan) 054 -798085
5. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เชียงใหม่ Queen Sirikit Sericulture Center (Chiangmai) 053-248076
6. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ตาก Queen Sirikit Sericulture Center (Tak) 055-593015
7. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขตที่ 2 จังหวัดอุดรธานี Queen Sirikit Sericulture Regional Office (Udon-Thani) 042 - 250589
8. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุดรธานี Queen Sirikit Sericulture Center (Udon Thani) 042 - 241984
9. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ หนองคาย Queen Sirikit Sericulture Center (Nongkhai) 042 - 711808
10. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สกลนคร Queen Sirikit Sericulture Center (Sakolnakorn) 042 - 711808
11. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เลย Queen Sirikit Sericulture Center (Loei) 042 - 812601
12. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น Queen Sirikit Sericulture Regional Office (Khon Kaen) 043-255028
13. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ มุกดาหาร Queen Sirikit Sericulture Center (Mukdaharn) 042 - 611171
14. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ขอนแก่น Queen Sirikit Sericulture Center (Khon Kaen) 043 - 255028
15. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ร้อยเอ็ด Queen Sirikit Sericulture Center (Roi-et) 043 - 569007
16. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ชัยภูมิ Queen Sirikit Sericulture Center (Chaiyaphum) 044 - 812525
17. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขตที่ 4 จังหวัดนครราชสีมา Queen Sirikit Sericulture Regional Office (Nakhon Ratchasima) 044 - 214101
18. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นครราชสีมา Queen Sirikit Sericulture Center (Nakhon Ratchasima) 044 – 214102-3
19. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ อุบลราชธานี Queen Sirikit Sericulture Center (Ubon Ratchathani) 045 - 405308
20. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สุรินทร์ Queen Sirikit Sericulture Center (Surin) 044 - 511393
21. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ศรีสะเกษ Queen Sirikit Sericulture Center (Sisaket) 045 - 613857
22. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ บุรีรัมย์ Queen Sirikit Sericulture Center (Buriram) 044 - 689008
23. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ สระบุรี Queen Sirikit Sericulture Center (Saraburi) 036 - 237266
24. สำนักงานหม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ เขตที่ 5 จังหวัดชุมพร Queen Sirikit Sericulture Regional Office (Southern Part : Chumporn) 077 - 611080
25. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ กาญจนบุรี Queen Sirikit Sericulture Center (Kanchanaburi) 034 - 552158
26. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ ชุมพร Queen Sirikit Sericulture Center (Chumporn) 077 - 611080
27. ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ นราธิวาส Queen Sirikit Sericulture Center (Narathiwat) 081 - 5472374

ขั้นตอนการปฏิบัติงาน
การขอใบรับรองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน รายใหม่
การขอใบรับรองผ้าไหมตรานกยูงพระราชทาน ที่ได้ใบรับรองแล้ว
***ขึ้นอยู่กับผู้ทอ
1) กรณีทอผ้าด้วยกี่กระทบ ถ้าทอผ้า 10 เมตร ผ้าพื้นใช้เวลา 5 วัน ผ้ามัดหมี่ ใช้เวลา 12 วัน ผ้ายก จก ขิด ใช้เวลา 20 วัน
2) กรณีทอผ้าด้วยกี่กระตุก ผ้าพื้นใช้เวลา 1 – 2 วัน

แบบฟอร์มที่เกี่ยวข้องกับผู้ขอใบรับรอง
1. แบบ กษ.01 : แบบคำขอใบรับรองแสดงเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ผ้าไหมไทย
2. แบบ กษ.02 : แบบคำขอรับดวงตรานกยูง
3. แบบ กษ.07 : แบบหนังสือรับรองการผลิตและจ่ายเส้นไหม (ใช้เฉพาะกรณีการซื้อขายเส้นไหมระดับหัตถกรรม หรือไหมหัตถอุตสาหกรรม)
4. แบบ กษ.08 : แบบหนังสือรับรองการจำหน่ายเส้นไหม (กรณีซื้อจากผู้ขายที่ไม่ได้ผลิตเส้นไหมเอง)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
กรมหม่อนไหม
Call Center 1275